วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

9 วิธีรับมือกับ “ความเหงา”


                เปิดหน้าฟีดใน Facebook  เวลานี้ทีไร พบว่า “ประชากรความเหงา” มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกแสดงออกมาผ่าน status ผ่านเพลง รูปภาพ หรือแม้กระทั่งแชร์เป็นคลิป VDO มากมาย....
                ส่วนคนที่ไม่เคยเหงาก็อาจสงสัย เหงาทำไม อะไรทำให้เหงา...ฮ่าๆ ตอบยากจังครับ เหตุผลทุกคนต่างกันไป แต่ผมแอบประเมิณเอาเองในใจว่ามันคือ “ภาวะไม่ได้ดั่งใจ และต้องการใคร ในช่วงเวลาหนึ่ง  ผมเองก็เคยเป็น หนึ่งในประชากรขี้เหงา ขี้เศร้า ขี้ดราม่า มาก่อน จึงค่อนข้างเข้าใจ และรู้ว่าถ้าปล่อยให้มันเป็นไปตลอดก็คงไม่ดีแน่ๆ วันนี้เลยมี 9 วิธีรับมือกับความเหงา มาบอกต่อ เผื่อใครจะได้ลองเอาไปใช้  บางทีอาจเปลี่ยนสเตตัสเหงาๆ ให้กลายเป็นรอยยิ้มๆเล็กๆก่อนนอนได้บ้าง

1.การได้คุยกับใครซักคน
                หันข้างๆไม่เจอใคร ก็ลองใช้สมาร์ทโฟนของคุณให้เป็นประโยชน์ จะโทร จะแชท จะวีดีโอคอล อะไรก็แล้วแต่สะดวก บางทีการได้พูด ได้เล่าอะไรให้ใครซักคนฟัง มันก็เหมือนการปลดปล่อยความคิด เรื่องราวมากมายที่คิดไม่ตก หาทางออกไม่ได้ ได้เล่าหรือปรึกษากับคนที่ไว้ใจ คนรู้ใจ อาจทำให้เรารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น
 เผลอๆถ้าเราโทรหาถูกคนถูกจังหวะอาจได้กำลังใจดีๆกลับมาฟื้นฟูความรู้สึกของเราอีกด้วย

2.อ่านหนังสือ
                เดินไปที่ชั้นหนังสือแล้วเลือกหนังสือดีๆมาซักเล่ม หนังสือที่สามารถมอบพลังงานดีๆ และสามารถดึงความสนใจของคุณให้สนุกและจดจ่อไปกับมันได้ นอกจากคุณจะหายเหงาแล้ว คุณอาจจะสนุก และเพลินกับมันจนลืมความรู้สึกแย่ๆในใจคุณไปเลยก็ได้
จริงๆผมสนับสนุนวิธีนี้นะ ผมว่าในปัจจุบันบ้านเรามีหนังสือดีๆ ออกมาวางขายเยอะมาก หลายนักเขียน หลายสำนักพิมพ์ และหลายเรื่องราวให้เราเลือกอ่านตามความสนใจ การได้อ่านอะไรดีๆซักบทสองบทก่อนนอน คุณเสียเวลากับมันไม่นานหรอก แต่สิ่งที่คุณได้กลับไปบางทีมันแทบประเมิณค่าไม่ได้ ใครอ่าน ใครได้อ่ะเนาะของแบบนี้  

3.ออกไปสังสรรค์
                เป็นการแก้ปัญหาแบบตรงไปตรงมาที่สุด อยู่คนเดียวมันเหงา ก็ออกไปหาเพื่อน ออกไปแฮงเอาท์ ออกไปปาร์ตี้กันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย จะมัวมานอนซึม ซังกะตายอยู่บ้านคนเดียวทำไม ออกไปปล่อยของ สำแดงเดชกันได้แล้ว ลุกไปแต่งตัว Now!!!!

4.ท่องเที่ยว       
                ในที่นี้คือการไปเที่ยวต่างจังหวัด ขึ้นดอย ปีนเขา อาบแดด ดำน้ำ ซึมซับความสดชื่นจากธรรมชาติให้เต็มปอด  การที่เราได้ไปเห็นอะไรที่มันกว้างขึ้นกว่าห้องสี่เหลี่ยม น่าจะช่วยเจือจางความรู้สึกสีเทาในใจลงได้บ้าง

5.หางานอดิเรก
                ลองมองไปรอบๆและสังเกตดูสิว่า กิจกรรมอะไรที่เราอยู่มันได้ตลอด และมีความสุขที่จะทำมันอย่างแท้จริง อย่างเช่น ปลูกต้นไม้ ดูซีรี่ย์ เลี้ยงสัตว์ ชอปปิ้ง หรือแม้แต่การไปเดินชมนิทรรศการต่างๆที่เราชื่นชอบ บางคนพอรู้ว่าเราชอบอะไร ก็พัฒนาจากงานอดิเรกกลายเป็นอาชีพไปเลยก็มี มองข้ามไม่ได้ซะแล้วแบบนี้

6.ฟังเพลง
                อย่าเผลอไปกดฟังเพลงเศร้า  อกหัก รักคุด ตุ๊ดไม่มองเข้าล่ะ เพลงที่ฟังควรจะเป็นที่สดใส สดชื่น ฟังแล้วเราก็สามารถโยกไปพร้อมกับเสียงเพลงได้ เพิ่มความสดชื่นกันหน่อย

7.หนังดีๆซักเรื่อง
                วิธีนี้ผมทำประจำ ถึงกับสมัครสมาชิกรายปีกับเว็บไซต์หนังหลายเว็บอยู่ หนังก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณหลุดจากวังวนของความเหงาได้ทันที เพราะคุณต้องหันเหความสนใจของคุณมาที่หนังหรือซีรี่ย์ที่คุณดู และสนุกไปกับมัน  กว่าจะจบเรื่องก็ดึกหนังตาหย่อนและก็หลับไปในที่สุด หนังหลายเรื่องเติมเต็มความรู้สึกได้ดี ยิ่งได้ดูยิ่งมีกำลังใจด้วยซ้ำ ถ้าครั้งหน้ามีโอกาส ผมจะมารีวิวหนังให้เพื่อนๆดูว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่น่าสนใจ

8.ออกกำลังกาย
                ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปหากิจกรรม Exercise ซะบ้าง กีฬาเจ๋งๆ มีให้เลือกมากมาย หรือจะไปฟิตเนต วิ่งจอกกิ้งก็ได้ ง่ายนิดเดียว ออกไปเสียเหงื่อนิดๆหน่อยๆ นอกจากจะได้เรื่องสุขภาพกายแล้ว สุขภาพใจก็น่าจะได้รับการบำรุงไปพร้อมกันด้วย


9.กินกินกิน
                กินเข้าไปมีอะไรก็ยัดเข้าไป หนังท้องตึงเมื่อไหร่ หนังตาก็พร้อมจะหย่อนได้เสมอ แต่แอบเสริมนิดนึงว่าควรจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นๆเพราะจะช่วยให้เราหลับง่าย และสบายมากยิ่งขึ้น ลองเอาไปทำกันดูนะครับ

ความเหงาก็เหมือนลมพัดครับ ผ่านเข้ามา แล้วก็พัดผ่านออกไป มันไม่เคยทำร้ายใครหรอก ถ้ามันจะทำร้ายก็คือเราเอง ที่ทำร้ายตัวเอง จริงๆแล้ววิธีการทั้งหมดนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่น่าจะดีต่อความรู้สึกและสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวคุณเองเท่านั้นแหละครับ เพราะถ้าให้พูดถึงวิธีที่ทำให้หายเหงา แทบทุกอย่างสามารถคลายความเหงาลงได้ทั้งนั้น  เพราะเหงาเป็นความรู้สึก มันไม่ใช่โรคร้าย ไม่ต้องใช้การรักษาอะไรมากมาย แค่ดูแลและเติมวิตามินดีๆให้ใจตัวเองบ้างก็พอแล้ว


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"อย่ารอให้พรุ่งนี้...เป็นวันสุดท้าย"

ทุกคนรู้วันเกิดตัวเอง แต่ไม่มีซักคนที่รู้วันตาย
ลองคิดเล่นๆถ้าทุกคนรู้ตัวว่าพรุ่งนี้เราจะตาย
วันนี้เราจะทำอะไรบ้าง ?

ผมว่าหลายคน คงยาวเป็นหางว่าว 
แต่อีกหลายคนก็คงอยากแค่ได้ใช้เวลากับคนที่เรารักมากที่สุด
นี่แหละครับที่ผมกำลังจะบอก “ทำทุกวัน ให้เป็นเหมือนวันสุดท้ายของชีวิต”
แล้วชีวิตของคุณจะมีความหมายทุกๆวัน

อย่าหายใจทิ้งไปวันๆโดยไม่ทำอะไรที่เกิดประโยชน์
ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว
ปากหวานบอกรักคนอื่นทุกวัน แต่ไม่เคยบอกรักคนที่รอเราพูดคำว่า “รัก” อย่างพ่อกับแม่
อยากพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง
หรืออีกมากมายที่คุณเองก็รู้ตัวว่าทำแล้วดี แต่ไม่ทำ...ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่

อย่ารอให้พรุ่งนี้...เป็นวันสุดท้ายเลยครับ

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

"ผมเข้าใจแล้วครับ"



"ผมเข้าใจแล้วครับ"

คำนี้เพิ่งออกจากปากของผมไป เมื่อซักครู่ 
ถ้าถามผม  ปัญหาโลกแตกที่หาคำตอบไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง 
รองลงมาจากไก่กับไข่อันไหนเกิดก่อนกัน
ก็คงเป็นเรื่องของ "ความรัก" เนี่ยแหละ 

เวลาผมฟังเรื่องราวของคนอื่น
แล้วมันเกิดคำถามมากมายในหัวของผม
ทำไมเสียใจขนาดนี้?
เขาทำขนาดนี้ แล้วมึงอยู่ให้เขาทำร้ายทำไม?

คือบางที ที่คุณเล่ามา คือมันดูแย่มาก แย่เกินกว่าที่คนๆนึงจะรับไหว 
ผมถามกลับ มึงด่าเขา แล้วมึงทนทำไม...ที่ยังอยู่นี่รออะไร ขอทราบจุดประสงค์....
คำตอบคือ.....เงียบครับ 

ครั้งนึงผมเคยโมโหเพื่อนสนิทผมคนนึงมากๆ 
ถึงกับยื่นคำขาดไปว่า "ถ้ามึงไม่เลิก กูจะไม่พูดกับมึงแล้วนะ" 
ผมพูดกับมันเมื่อปีที่แล้ว มันเพิ่งเลิกกันเดือนที่แล้วนี่เองครับ 
แต่ผมเองก็ไม่ได้ทิ้งมันแบบที่ผมบอกไปหรอกนะ ก็เพื่อนอ่ะ ทำไงได้
______________________________________________________

กลับมาที่ตัวผมเอง "ผมเข้าใจแล้วครับ"
ผมว่าคุณเดาถูก ว่าผมกำลังจะพูดว่าอะไร 
ใช่ครับ ผมเรียนรู้ความรู้สึกนั้นด้วยตัวผมเอง 

ผมรู้แล้ว ผมรู้คำตอบแล้ว ว่าอะไรทำให้คนๆ นึง 
ทนเจ็บปวดเพื่อแลกมากับความสุขเล็กๆ
ยอมเจ็บปวด เพื่อแลกกับการได้เจอหน้ากัน
ยอมเจ็บปวด เพื่อแลกกับ อะไรต่อมิอะไร ที่ผมเคยมองว่ามันไร้สาระ 

คำตอบของผม ผมคิดว่ามันคือ "ความหวัง" ครับ
หวังว่า อะไรๆ มันจะดีขึ้น 
หวังว่า อะไรจะกลับมาเป็นเหมือนวันแรกที่เราคบกัน
หวังว่า มือที่สามจะต้องหายไป
หวังว่า รักเขาจะกลับมารักเราเท่าเดิม 
หวังว่า .................. 

แต่พอเวลาผ่านพ้นไป กลับมามองทุกคนที่ผมเคยฟังเรื่องราวพวกเขา 
บอกได้คำเดียวครับ มันเป็นเพียงแค่หวังลมๆแล้งๆ

ถ้าเขารักเรา เขาจะไม่ปล่อยให้เราอยู่กับความรู้สึกแบบนี้แม้แต่วินาทีเดียว 

วันนี้ผมเจอ และผมยังผ่านมันไปไม่ได้ 
แต่ผมรู้ว่าอีกเดี๋ยวผมต้องเจอกับอะไร 
มันเป็นกระบวนการ ทดสอบความแข็งแรงของจิตใจอีกรูปแบบหนึ่งครับ

ถ้าฟุ้งซ่าน ก็หันเหความสนใจของตัวเองซะ 
หาอะไรที่ตัวเองชอบ และทำมันซะ 
อย่าเอาใจ เอาความรู้สึก ไปทิ้งไว้กับใครเลย
มีสติและดึงกลับมาไว้ที่ตัวเราเอง
สุดท้ายถ้าเกิดวันนึง มันไม่ได้เป็อย่างที่คุณหวัง
และเขาจากคุณไปจริงๆ 
คนที่มอบพลังให้คุณได้ดีที่สุด ก็คือตัวคุณเองนั่นแหละครับ 
เรื่องแบบนี้ไม่ต้องหวังกำลังใจจากใครเลย จากตัวเองนั่นแหละมีพลังมหาศาลที่สุด

จะรักใคร ก็รักให้อยู่บนพื้นฐานของ "รักตัวเอง" แล้วกันเนาะ
เอาความหวังที่แรงกล้าของคุณ ไปใช้กับเรื่องที่มันสร้างประโยชน์ให้ตัวคุณเองดีกว่า


วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

"ความเหงา" ที่ผมตกหลุมรัก


"ความเหงา"

เป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตลอด
มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เรายินดีที่จะอยู่กับมัน
เราไม่ได้ชินชา แต่เราชื่นชอบ
ใครวิ่งหนี แต่เรากลับวิ่งเข้าหา

น่าสนุกออกเวลาอยู่คนเดียว แล้วเราต้องหาอะไรทำเพื่อสู้กับความรู้สึกแบบนี้
ถึงแม้ว่าเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น จะแย่แค่ไหน
แต่เดี๋ยวสุดท้ายมันก็ผ่านไป เพราะเวลามันไม่หยุดเดิน

บางวันผมก็สู้กับมันด้วยเสียงเพลง
บางวันผมก็สู้กับมันด้วยงาน
บางวันผมก็สู้กับมันด้วยหนังสือดีๆซักเล่ม
ทุกๆวันผมชนะมันด้วยการโทรหาพ่อกับแม่

หรืออาจจะเป็นเพราะทุกครั้งที่ผมรู้สึกแบบนี้
ผมกลับได้รับสิ่งดีๆ ที่ผมเลือกกลับไปทุกครั้ง
ช่วงเวลาดีๆของผมถึงเกิดขึ้นในตอนที่ผมเหงา

วันนี้คุณเหงาไหม แล้วคุณเลือกอะไรอยู่เป็นเพื่อนคุณ....